Nichnasa 的个人资料Mumuu Story照片日志列表更多 工具 帮助

Mumuu Story

olanwanichkun Nichnasa

职业
地点
兴趣
作者 
作者 
作者 
作者 
Thanks for visiting!
请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。
Junelli发表:
มาเยี่ยมเยียนจ้า
10 月 2 日
เพลงที่อินจัด

星座

正在加载...

天气

正在加载...
第 1 张,共 11 张
更多相册 (38)
10月17日

"แฟนไม่ได้มีไว้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่ายังมีใครสักคนที่รักเรา""แฟนไม่ได้มีไว้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่ายังมีใครสักคนที่รักเรา"

  

 

"แฟนไม่ได้มีไว้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่ายังมีใครสักคนที่รักเรา"

ประโยคเด็ดๆ จากหนังเรื่องเยี่ยม ที่ฉันได้ดูในปีนี้ "รถไฟฟ้มหานะเธอ" ยังคงวนเวียนในสมองจนถึงตอนนี้
หนังเรื่องนี้ทำให้คนดู ที่เป็นสาวออฟฟิศอย่างฉันก็ต้องร้อนๆ หนาวๆ ตามฉากต่างๆ ที่ฉายอยู่ในหนังเหมือนกัน
บางฉาก บางตอน หนังเรื่องนี้ ก็สะท้อนความคิดมนุษย์ธรรมดาออกมาได้อย่างไม่ธรรมดา


สำหรับประโยคเด็ดที่ว่านี้ มันถูกตอบโดย "เป็ด" ตัวละครที่ฉันคิดว่าสื่อถึงมิตรภาพของเพื่อนได้ดีที่สุด
ซึ่งคำพูดประโยคเดียวของเป็ดนี้ มันตอบโจทย์ของอีกประโยคซึ่งเป็ฯไฮไลท์ในตอนที่เป็น Trailerได้เป็นอย่างดี

พูดถึงความประทับใจ หนังเรื่องนี้สร้างฉากประทับใจให้กับฉันและผู้ร่วมแชร์ประสบดารณ์หลายๆ คนในโรงหนังได้เป็นอย่างดี
เนื้อเร่ืองดำเนินไปอย่างธรรมดา กับชีวิตหญิงสาวคนนึงที่เราเห็นกันจนชินตา กลับทำออกมาได้อย่างดี

แล้วอย่างที่บอกว่าเพราะเนื้อเรื่องธรรมดานี้แหละ มันน่าประหลาดใจที่ฉันเอาแต่พูดว่าชอบ ๆๆๆๆๆ ตั้งแต่ออกมาจากโรงหนัง
การดูหนังครั้งนี้ ไม่ได้ให้ข้อคิดอะไรกับฉัน แต่กลับสิ่งที่ได้มา มันคุ้มกว่า นั่นก็คือความสุข และรอยยิ้ม
บางทีการดูหนังเรื่องนี้ก็คงจะบอกได้ว่า ทำสิ่งหนึ่งไม่จำเป็นต้องได้อย่างเดียวเสมอ
เหมือนกับการดูหนังที่จบแล้ว เราไม่จำเป็นจะต้องได้ข้อคิดใหญ่โต ทุกเรื่อง
อย่างเรื่องนี้ แค่การสร้างเสียงหัวเราะ การสร้างความสุข นั่นก็โอเคแล้ว

 

คุณล่ะ เจอประโยคเด็ดโดนใจกับหนังเรื่องนี้กันบ้างรึเปล่า ^^

9月6日

ความเป็นจริง ของโลกใบนี้

 

ข้อคิด เตือนใจ

โลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ
ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก

คุณว่าจริงไหม . . .
?

 
 
 
อย่าไปให้ความสำคัญกับใครบางคน เมื่อคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา.
สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล

 
ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก
เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ และไม่ต้องการฟังมัน
แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก
 
 
 
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณยุ่ง คุณก็จะไม่ว่างเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีเวลาเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณจะทำในวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงเลย
 
 
 
เมื่อเราตื่นขึ้นมาในยามเช้า เรามีทางเลือกง่ายๆ 2 อย่าง
กลับไปนอนและฝันหวานต่อ หรือ ลุกขึ้นมาแล้วทำความฝันให้เป็นจริง
มันก็แล้วแต่คุณจะเลือกแล้วล่ะ

 
เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้
เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา
และเรามักใส่ใจกับคนที่ไม่มีวันร้องไห้ให้เรา
นี่คือความจริงของชีวิต เป็นเรื่องแปลกแต่จริง
ถ้าเห็นคุณเห็นด้วย มันก็ยังไม่สายเกินแก้


 
 
เมื่อคุณกำลังสนุกสนาน ก็อย่ารับปากพล่อยๆ
เมื่อคุณกำลังเศร้า ก็อย่าได้ตอบกลับ
เมื่อคุณกำลังโกรธ ก็อย่าไปตัดสินใจอะไร

คิดให้ถี่ถ้วน ทำอย่างสุขุม

 
 

เวลาก็เหมือนสายน้ำ

คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก
เพราะมันได้ไหลผ่านไปแล้ว
มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า...

 
 
8月18日

จดหมายถึง(คน)ที่รัก

 
 
อม่าจ๋า......

2วันแล้วนะ ที่ "อม่า" เดินทางไกล ย้ายที่อยู่ถาวร
มู่คิดถึงอม่าจัง ป่านนี้อม่าคงไปเที่ยวไหนต่อไหนแล้ว อากงคงไปรอรับอม่าอยู่บนฟ้าแล้วใช่มั๊ยคะ
อากงสบายดีรึเปล่าคะ ยังหน้าตาเหมือนเดิมใช่มั๊ย มู่คิดถึงอากงด้วย

2วันแล้ว ทุกๆ คนปรับตัวได้ดีกับการใช้ชีวิตแบบนี้ค่ะ ไม่มีใครร้องไห้แล้วนะ
อม่าสบายใจได้ แม้ว่ามู่จะแอบร้องบ้างตอนที่เขียนเรื่องนี้ไปด้วยก็ตาม...แต่มันเพราะมู่คิดถึงอม่า นี่นา...

คิดถึงกับข้าวฝีมืออม่า.......อยากกินข้าวต้มฝีมืออม่า ที่เคยได้กินทุกวันตอนเด็กๆ
ข้าวต้มอม่าอร่อยที่สุด ไม่เหมือนที่อื่นเลย ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็สู้ที่อม่าทำไม่ได้เลยจริงๆ
ข้าวต้มเหนียวนิดๆ ร้อนกำลังดี กับกุนเชียงทอด แล้วก็ไข่ดาว และหมูหยอง มันไม่ใช่อาหารวิเศษเลิศเลออะไรเลย แต่มันอร่อยที่สุด
แม้ว่า ร่างครึ่งนึงของอม่าจะใช้การไม่ได้ แต่ไม่ว่าอะไรๆ ที่อม่าทำมักจะ "อร่อย" เสมอ ถึงตอนนี้มู่อยากกินก็คงหากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
 
คิดถึงความเป็นคนจีนที่อม่าเคยสอน เมื่อก่อนตอนเด็กๆ อม่าพับกระดาษเงินกระดาษทองได้เป็นเข่ง เก่งกว่ามู่อีก ทั้งๆ ที่อม่าใช้แค่มือเดียว
อม่าอ่านหนังสือไม่ออก แต่ทำไมถึงรู้วันไหว้ วันสำคัญทุกๆ อย่าง มู่สิ...อ่านออกแต่กลับไม่เคยรู้คุณค่าของวันเวลาเลย
 
คิดถึงคำว่า "กินข้าวรึยางงงง" ที่เคยรำคาญ เคยเบื่อ แต่ตอนนี้กลับเป็นคำที่อยากได้ยินที่สุด
เมื่อก่อนเวลาเจอหน้าอม่า ทุกครั้งก็จะถามว่า "อามู่....กินข้าวรึยัง" มู่ก็จะตอบแบบเคยชินว่า "อิ่มแล้วม่า...." ทั้งที่อาจจะยังไม่ได้กินอะไรเลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้อยากพูดว่า "อม่า กินข้าวยัง" บ้างจัง
 
เมื่อวานนี้  ที่มู่บอกม่าว่า...."มู่จะกินข้าวให้อิ่ม" เพราะมู่รู้ว่าอม่าเคยไม่อยากให้มู่อด อยากให้กินอิ่ม นอนหลับ อยากให้มีความสุข
อม่าไม่อยู่แล้ว มู่จะดูแลตัวเอง จะทำตัวดีๆ ไม่ให้อม่าต้องเป็นห่วง เพราะฉะนั้น อม่าไปเที่ยวให้สนุกนะคะ
ทำอะไรอย่างที่อม่าเคยอยากทำแต่ไม่เคยได้ทำตอนอยู่ที่นี่
 
จำได้ไม๊ตอนก่อนที่เราจะจากกัน มู่บอกอม่าว่า "มู่รักอม่านะคะ"
ตอนนี้มู่ก็ยังจะบอกว่า มู่รักม่านะ.......คิดถึงอม่าค่ะ
 
 
 
 
หลานไม่ได้เรื่อง
มูมู่
7月28日

ชีวิต[แบบ]ไม่ตัดเส้น

 

"วันนี้ไม่ตัดเส้นมาหรอ?" ถูกแล้วค่ะ เสียงของพี่ที่ออฟฟิศฉันที่กำลังถามถึงใบหน้าของฉันที่วันนี้ไม่ได้แต่งหน้ามาซักนิด
จะว่าไปแล้ว เดี๋ยวนี้น้อยมากเลยที่ไม่แต่งหน้าไปทำงาน เป็นเพราะอยากดูโตกว่าอายุจริงๆ ด้วย เพื่อมุมมองที่คนอื่นมีต่อเราด้วย


แต่วันนี้ลืมจริงๆ ค่ะ เพรานอนดึกแล้วดันตื่นซะสายโด่ง
รวมถึงเจ้าตัวขี้เกียจที่เกาะแน่นอยู่บนตัวฉัน แน่น....ซะจนไม่มีอารมณ์จะหยิบอายไลน์เนอร์ขึ้นมาขีดทีเดียว

 

ทำไงได้ล่ะคะ ฉันมันเกิดมาแบบไม่ได้ตัดเส้นนี่คะ....TT_TT
ไม่รู้เหมือนกันว่าชาติที่แล้วสงสัยคงลืมทำบุญด้วยปากกาเมจิค 5555+
 แต่ก็ยังดีค่ะ ที่ท่านไม่ได้ให้เกิดมาหน้าตาขี้ริ๊วมากนัก ยังพอจะแต่งจะเติมได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
สงสัยว่าชาตินี้คงจะต้องทำบุญด้วยปากกาเยอะๆ เผื่อว่าชาติหน้าจะเกิดมาคมกริบเหมือนคนอื่นเขาบ้าง

 

แต่.....ชีวิตแบบไม่ได้ตัดเส้นของฉันก็มีดีนะคะ ถึงแม้มันจะดูไม่ได้"ไฮคลาส" หรือหรูหราหมาหอน
แต่ลองมาดูกันซักหน่อยสิคะว่า มูมู่กับ "ชีวิตแบบไม่ตัดเส้น"  มันจะเป็นยังไง

 

มูมู่กับ "ชีวิตแบบไม่ตัดเส้น"

1. มูมู่มีคนเดียวในโลก!!!
 เพราะว่าพระเจ้าให้ฉันเกิดมาในรูปแบบไม่ตัดเส้น หน้าตาของฉันมันจึงกลายเป็นหมวยสากลแบบช่วยไม่ได้!!! และเพราะความไม่ได้ตัดเส้น ฉันจึงไม่เคยเห็นตัวเองในลักษณะการ์ตูนซักที วาดออกมาทีไร ก็กลายเป็นอาหมวยทั่วๆ ไปทุกครั้ง ดังนั้นถ้าไม่ได้ถ่ายรูปตัวฉันจริงๆ ล่ะก็ฝันไปเถอะ!!! เพราะว่าฉันน่ะ "มีคนเดียวในโลกย่ะ"

2. มูมู่แต่งนู่น เติมนี่ สนุกดี
เพราะพระเจ้าไม่ได้ตัดเส้นมาให้ฉันในตอนเกิด พอโตมา ฉันจึงมีโอกาสเลือกจะตัดเส้นให้กับตัวเองได้ วันนี้อยากจะเป็นแบบไหนก็ "เลือกได้" คิดไปคิดมาแล้วก็เหมือนท่านก็ประทานมาเป็นนัยๆ ว่า "ท่านไม่ได้ตัดเส้นชีวิตของฉัน ดังนั้นจงเลือกที่จะตัดเส้นชีวิตตัวเองตามทีแปรงของฉัน" ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีซะด้วยสิ กับการดูแลและเลือกที่จะตัดเส้นชีวิตของตัวเอง

3. มูมู่เลือกคนเข้ามาในชีวิตได้โดยไม่ต้องใช้หน้าตา
ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ หน้าตาฉันมันออกจะกลืนๆ กับหมวยทั่วโลกไปซะหมด ดังนั้นมันหาได้แบบเรียกว่าตาม "ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป" บางทีหน้าตาของฉันก็ไปพ้องกับ "เปิ้ล" ลูกค้าร้านตัดผมแถวบ้าน บางทีหน้าตาชั้นก็ไปพ้องกับ "ลูกสาวร้านขายผลไม้แถวหอเพื่อน" ซะนี่ แต่ก็อย่างที่บอกไป เพราะมันหาได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องคบฉันเป็นเพื่อนหรือใดๆ  แต่คนที่จะคบกับฉันนั้น เค้าคงเลือกแล้วกับสิ่งที่ฉันเป็นไม่ใช่ว่า "หน้าตาฉันเป็นอย่างไร"

4. มูมู่ไม่ตัดเส้นคนอื่น
ในเมื่อฉันเกิดมาแบบ "ไม่ตัดเส้น" ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปตัดเส้นให้กับชีวิตคนอื่น ใครที่เข้ามาในชีวิตของฉัน เราคบกันแบบสบายๆ อยากคุยกันก็คุย อยากไปเที่ยวก็ไป หรืออยากจะไปเต้นรำทำเพลงบนรถไฟฟ้าก็ไม่มีใครว่า(แต่อาจจะทำเป็นไม่รู้จัก5555+) อันนี้พูดถึงความรักในทุกรูปแบบของชีวิตของฉัน ไม่ว่าจะเป็นรักจริงๆ หรือรักแบบครอบครัว หรือรักกันฉันเพื่อนก็ตาม

และสุดท้ายค่ะ 5. มูมู่ถึงจะไม่ว่าจะตัดเส้นแบบไหนก็ยังเป็นมูมู่
พูดถึงความหลอมรวม ถ้าอยุ๋ในการ์ตูนขาวดำล่ะก็ มูมู่อาจจะกลายเป็นก้อนที่โดนถมดำธรรมดาๆ ไปโดยปริยาย แต่ถ้าอยู่ในการ์ตูนสีก็คงดีขึ้นมานิดนึง แต่รู้อะไรไม๊คะ ไม่ว่ามูมู่จะเป็นการ์ตูนขาว-ดำ หรือจะเป็นการ์ตูนภาคสี แต่สิ่งที่ยังมีอยู่ในตัวของฉันก็คือความเป็นฉัน ไม่ว่าคนวาดจะลืมตัดเส้นรึเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะฉันจะตัดเส้นตัวเอง เบี้ยวบ้าง คดบ้าง หยาบๆ ไปบ้างตามแบบฉบับของนักวาดการ์ตูนมือสมัครเล่น แต่ฉันก็พอใจในฝีมือการตัดเส้นของดิฉันเองค่ะ :)

6月14日

Mad

 
  
 
 
เพลง mad -Ne Yo ดังซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ชั้นฟังเพลงนี้วนไปวนมารอบที่เท่าไหร่แล้วนะ.......
ใครบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลง ที่ฟังดูแล้วอยู่ในอาการเศร้าไปซักหน่อย
จะว่าอย่างไรก็ตามแต่ บางครั้งชั้นก็ไม่ได้สนใจซักเท่าไหร่นักว่าเพลงนี้มีความหมายว่าอะไร
แค่รู้สึกว่า "เพลงนี้...เพราะจังเลยนะ" แค่นี้ก็ใช้ได้สำหรับชั้นแล้วล่ะ
 
 
แต่วันนี้แตกต่างออกไปจากทุกวัน ชั้นกลับตั้งใจฟังเสียงหนุ่มเจ้าเสน่ห์คนนี้อย่างเต็มที่
ด้วยความอยากรู้ เนื้อหาและความหมายของเพลงๆ นี้ จริงๆ จังๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ชั้นผิดหวังกับความหมายของเพลงๆ นี้เลย

เรื่องราวของคู่รักที่ ทะเลาะกัน เริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ความรู้สึก
โดยที่บางครั้ง เราก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเรื่องที่เราทะเลาะกัน ขว้างปากันด้วย สิ่งของ หรือแม้แต่คำพูดที่ทำร้ายจิตใจกัน
สิ่งที่ทำไปนั้นมันคืออะไร แล้วมันมีสาเหตุมาจากอะไร
 
 
ชีวิตคนเราจริงๆ มันก็คงจะต้องมีสักวันแหละ ที่เราและเขาอยู่ดีไม่ว่าดี หันหน้ามาตั้งหน้าตั้งตาทะเลาะกัน
โดยที่ทะเลาะกันไปโดยการเอาศักดิ์และสิทธิ์ของคำว่า "คนรัก" มาเป็นเดิมพัน ซึ่งเวลานั้น เราไม่ได้คิดเลยว่า
การกระทำที่จะเกิดตามมานั้น ได้ทำลายความรู้สึกของคนที่คุณรัก แล้วเค้าก็รักคุณไปเสียแล้ว
ความรู้สึกที่เสียไปนั้น บางอย่างก็สามารถแก้ตัวได้ เรียกความรู้สึกดีๆ กลับคืนมาได้แต่ในขณะที่บางความรู้สึกเมื่อเสียไปแล้ว เราไม่สามารถเรียกมันกลับคืนมาได้อีก
 

บางครั้งเราทะเลาะกัน โมโหใส่กัน ร้องไห้ให้กันและกัน แต่เราก็ไม่ยอมลงให้กันและกัน
 แต่รู้หรือเปล่าในเวลาที่เราทะเลาะกันอยู่นั้น สิ่งที่เรารู้สึกเหมือนกันคือ "ความเจ็บปวด"
 
 
เมื่อพอมานึกได้ในเวลาที่เราและเขาสงบจิตสงบใจได้แล้ว บางทีเราก็มาคิดว่าเราทำอะไรลงไป
เราโมโหใส่กันทำไม?
เราร้องไห้เพราะอะไร?
เราทะเลาะกันไปเพื่ออะไร?

แล้วสิ่งที่คิดอีกอย่างหนึ่งก็คือนี่คือสิ่งที่เราอยากได้จากการที่เรารักคนๆ หนึ่งหรอ?
แล้วกลับกัน นี่คือสิ่งที่เราอยากได้จากคนที่เรารักหรือเปล่า?
 
 
ตอนนี้ เนื้อเพลงขึ้นมาในท่อนฮุคที่ร้องว่า
i know sometimes its gonna rain,
but baby can we make up now cause i can't sleep through the pain.
girl i don't wanna go to bed, mad at you
and i don't want you to go to bed, mad at me
 
 
บางครั้ง....มันก็มีวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจบ้าง
แต่เราจะสามารถจะสามารถแก้ไขมันในตอนนี้ได้รึเปล่า เพราะชั้นไม่อยากนอนหลับไปในคืนที่เจ็บปวดเช่นนี้
ชั้นไม่อยากหลับไปในขณะที่ก็ยังโกรธเธออยู่
แล้วชั้นก็ไม่อยากให้เธอนอนหลับไปทั้งๆ ที่ยังโกรธชั้นอยู่เช่นเดียวกัน
 
 
 
บางที ความรักก็ไม่ได้เพอเฟคไปซะทั้งหมด แต่บางครั้งมันก็ทำให้เราได้รู้ว่าดีแค่ไหนที่อย่างน้อยๆ
เราก็ยังมีคนให้ทะเลาะด้วยตราบใดที่ความรักของเราสองคนยังเป็นสิ่งที่จับต้องได้แล้วก็มันก็เป็นปกติดีทุกประการ เหมือนที่เคยๆ เป็น
บางที การทะเลาะกันก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับการที่เราได้เรียนรู้ และยอมรับในตัวตนของกันและกัน
บางที ความรักก็ไม่ได้กำหนดว่าเราจะต้องมีเพียงแค่ความรักให้กัน
บางที การทะเลาะกันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ความรักต้องการให้เกิดขึ้น

แต่ในเมื่อสุดท้ายแล้ว เขา....หรือเธอ.....คนนั้น ยังเป็นคนที่คุณรักที่สุดอยุ่ในตอนนั้นละก็ อย่าปล่อยให้เรื่องราวผ่านไป ง่ายๆ นะคะ
แล้วคุณนั่นแหละ จะเป็นคนที่รู้จักคุณค่าของความรักที่สุด ^^
 
 
5月31日

เจเจวันหยุด

 
และแล้วก็ได้ไปเที่ยวซักที หลังจากมัวแต่ขลุกๆ อยุ่กับอะไรๆ มาซะนาน
วันนี้ต้องไปซื้อของค่ะ ก็เลยหาโอกาสไปเที่ยวด้วยซะเลย
เป้าหมายที่เราจะไปวันนี้ก็คือ จตุจักรหรือJJ นั่นเองค่ะ
 
นัดหมายสิบโมง ที่รถไฟใต้ดิน ประตู 1
ไปประตู 1 จริงๆ ค่ะ แต่ประตู 1 สถานีจตุจักร กับสถานีกำแพงเพชรค่ะ
(แล้วมันจะไปเจอกันได้ยังง๊าย.....)
 
มาถึงเราก็มาที่ร้านๆ นี้ก่อน หาอะไรรองท้องเพิ่มพลังก่อนเริ่มทริป
สั่งมักกะโรนี ผัดไทยแล้วก็ไก่ทอด 1 ชุดค่ะ หน้าตาออกมาเป็นแบบนี้....
ร้านนี้อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้ากำแพงเพชร ประตูที่ 1 ค่ะ ออกมาแล้วเดินไปทางซ้ายมืออีกนิดนึงจะเก็นร้านอยู่
บรรยากาศร้านน่ารักๆ เห็นแล้วสะดุดตาค่ะ ส่วนรสชาตอาหารแนะนำให้สั่งเป็นอาหารไทย หรือก๋วยเตี๋ยวจะดีกว่าค่ะ
บรรยากาศร้าน
 
 
สั่งมักกะโรนีไป โดนสติชแย่งกินหมดเลยค่ะ
 
 
อิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินทางเป้าหมายในวันนี้จะซื้อเสื้อผ้าไปงานแต่งงานเพื่อนค่ะ เดินเข้าไปในโครงการ3 ซอยแรกไปเรื่อยๆ
ผ่านไปเจอเสื้อมัดย้อมสกรีนลายแล้วก็เฮ้ย.....คุ้นอ่ะ.....หรือว่านักร้องเกาหลีสมัยนี้ได้แรงบันดาลใจจากเจเจอ๊ะป่าวเนี่ย
 
 
 
เหมือนมั๊ย แต่เราว่าเหมือน ฮ่าๆๆๆๆๆๆอย่าให้เห็นเสื้ออนยู เหมือนใช้ได้ทีเดียว
 
อ่ะๆ นอกเรื่องมากพอแล้วเดินผ่านร้านกางเกงไปเจอร้านกางเกงยีนส์ แวะไป 2 ร้าน สรุปแล้วได้กางเกงยีนส์มาตัวนึง(ของพี่แชมป์นะ)
แล้วก็เดินต่อไป เรื่อยๆ พเหนื่อยก็เลยแวะออกมาเดินริมถนนข้างนอกบ้าง เจอของดี ลองสังเกตุที่รุปดีๆ นะคะเครื่องดนตรีทั้งหมดเป็นเครื่องดนตรีไทย
แต่ลองดูหน้านักดนตรีต่ละคนแล้ว พี่แชมป์บอกว่า "น่าจะมีมีพี่เสก-โลโซเป็นไอดอลนะ" ฮ่าๆ เห็นด้วยค่ะ.....หน้าตาดูได้มาก ถ้าไปเล่นเพลงแนว Rock 'n Roll
 
 
 
 
 
อีกเป้าหมายนึงสำหรับการเดินทางมา เจเจ ในครั้งนี้นั้นก็คือ มซื้อของฝากให้พี่สาวที่ฮ่องกงค่ะ
อาทิตย์ที่แล้วพามาแล้วเจ๊เกิดติดใจ อารมณ์แบบว่าอยากได้ของบางอย่างที่คราวที่แล้วชวดไป
 
คราวนี้...ก็เลยต้องไม่พลาดก่อนที่อาโกวจะกลับฮ่องกงซื้อไปฝากค่ะ สุดท้ายได้ผ้าพันคอ พร้อมกับตุ๊กตาผ่าเหล่าไปหนึ่งตัว
ดูเหมือนน้อยแต่ว่าราคานี่ไม่น้อยนะคะ เกือบๆ พันได้แล้วอ่ะ สุดท้ายเดินๆๆๆ ซื้อของเสร็จเหนื่อยแล้วก็เตรียมกลับบ้านค่ะ
แวะไปทานข้าวเย็นที่พารากอน(ข้าเจ้าเรื่องบมาก อยากกินร้านมีแอร์ อ่าๆ ก็เดินมาทั้งวันมันร้อนนิ)
 
 
มาถึงร้านก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงค่ะ กินๆๆๆๆๆ ฟาดเรียบ
 
 
ข้าวออกแนวจานใหญ่กว่าตัวก็บ่ยั่นนะ กินจนเกลียดแกงกะหรี่ไปซักสองเดือน
 
 
เจ้ามือเห็นหนคนกินแล้วเอือม ฮ่าๆๆๆๆ
 
สรุปแล้วหมดวัน นอกจากเดินซื้อของแล้วก็กิค่ะ สองอย่าง ไม่อ้วนไม่ไหวแล้วจริงๆ
 
1月4日

ดูจิต

 
 


ไม่รู้ว่ามีความคิดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ชั้นมักจะจัดการระบบชีวิตของตัวเองได้ดีเสมอมา
และชั้นก็เคยเชื่อมาตลอดว่าชีวิตของชั้นจะต้องเรียบร้อย

เมื่อยามที่ชั้นมองกลับมาจากบันไดขั้นถัดๆ ไปที่เดินผ่านขึ้นไป
แต่มาถึงวันนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลังแล้ว
 หลายๆ อย่างที่ชั้นเห็นมันก็เป็นภาพที่สวยงามบ้าง เละเทะบ้าง

ถ้ายอมรับกันตรงๆ เลย นี่ก็ยังไม่ใช่ภาพที่ชั้นพอใจที่จะเห็นมันนัก
แต่ใครจะมาสนใจล่ะ ชั้นไม่ได้โด่งดังเหมือนดารานี่นะ
 
 
ถึงเวลานี้ คิดไม่ออกว่าชั้นจะเป็นอย่างไรในเวลาข้างหน้านี้?
 

ชั้นหยิบซีดี เทศนาธรรมของพระอาจารย์...มาฟัง
ให้อารมณ์อีกแบบนึง....ผิดกับการฟังซีดีเพลง SHINee ที่ฉันชอบฟังอยู่ทุกๆ วัน

สติ....คือคำที่ฉันได้ยินมากที่สุดจากซีดี ธรรมะ แผ่นนี้
แล้วจนแล้วจนรอดชั้นก็ยังไม่เคยรู้จักกับคำว่าสตินี้ดีซักที
 
ถ้าเป็นเมื่ออีกซักสอง สาม สี่ ปีที่แล้ว
การนั่งฟังซีดีแผ่นนี้คงเป็นเรื่องทรมานจิตใจ
สำหรับเด็กชอบเล่น ชอบเที่ยวคนนึงอย่างชั้น
แต่น่าแปลกที่วันนี้ เด็กคนนั้นกลับหยิบซีดีแผ่นนั้นขึ้นมาฟังเสียเอง....
 
เสียงของพระอาจารย์ยังคงดังต่อเนื่อง แต่ชั้นรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก
ชั้นรู้สึกว่าฟังแล้ว...มันลื่นไหล....รู้สึกว่างเปล่า...แต่กลับอิ่มเอมใจอย่างไรบอกไม่ถูก
 
บางที ชีวิตคนเราก็เดินไปสู่ทางที่จิตไม่เป็นกุศลบ้าง
การหันกลับมามองชีวิตตัวเองบ้าง จะได้ทำให้เราเห็นว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ เป็นสิ่งที่พอสำหรับเรารึยัง
 
 
 

ป.ล. บทนี้สั้นๆ แต่งงๆ คงเพราะกำลังตั้งใจฟังซีดีอยู่....