Nichnasa's profileMumuu StoryPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 14

    พื้นที่ส่วนตัว

    Goodnight comments

     
     
     
    ......ทำไมโลกเราถึงไม่เงียบสงบแบบสมัยเมื่อซัก 10 ปีที่แล้วบ้างนะ.....

     

     

                 คิดดูสิ....จะไปไหนๆ ทีนึงก็เหนื่อยตั้งแต่การคิดแล้ว........
    คิดวางแผนว่าจะไปยังไง จะต้องทำอะไรตรงไหนบ้าง
    พอถึงแล้วยังต้องรบอีก รบกับคนเป็นฝูงๆ (เหมือนกับฝูงแกะฝูงแพะไม่มีผิด)
    ยิ่งแถวไหนที่เป็นสถานที่พิมพ์นิยมก็จะยิ่งมีฝูงมนุษย์เหล่านี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ
    ดูได้จากต้นแบบอย่าง สยาม จตุจักร (ที่เดียวนี้นิยมพูดติดปากในหมู่วัยรุ่นว่า “เจเจ”)

     
     
                 ย้อนกลับไปเมื่อซัก 10กว่าปีที่แล้ว.......
    ฉันก็ยังเดินย่ำต๊อกไปตามท้องถนนที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน
    บรรยากาศเร่งรีบช่วงเช้าๆ ที่มีให้เห็นในแต่ละวัน
    เป็นแค่ภาพๆ หนึ่งที่สัมผัสได้ด้วยสายตายพร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดิน
    ถ้าเป็นสมัยนั้น เราคงสามารถเรียกช่วงเวลาเหล่านี้ว่า Prime Time ได้เต็มปากเต็มคำ
    เพราะเป็นเวลาที่ช่างวุ่นวายเสียเหลือเกิน.....
     
     
    กลับมาสู่ปัจจุบันกันบ้าง เวลา Prime Time ที่ว่าเนี่ย
    แทบจะเป็นทุกช่วงเวลาของชีวิตเลยก็ว่าได้ ไม่ว่ามองไปทางไหน
    ก็เจอคนรีบ...รีบ...และเร่ง อยู่ตลอดเวลา
    จะว่าไปแล้วก็ด้วยความที่กรุงเทพฯ ...
    กำลังขยับขยายตัวเองให้กลายเป็นเมืองใหญ่ทัดเทียมนานาอารยประเทศเค้านี่นา (ประชด)

     

                 ทุกวันนี้ประชากรในประเทศของเราถึงได้กลายเป็นเครื่องจักรกลกันไปซะหมด....

    ไม่ว่าจะเป็นฉัน....เธอ...และทุกคน.....ก็เป็นเฟืองหรือกลไกที่ขับดันประเทศทั้งนั้น
    บรรยากาศแบบนี้ทำให้ภาวะตึงเครียดเกินขึ้น และไหลเข้าสู่สมองส่วนสำคัญของเรา(ส่วนไหนวะ) 
    ตอนนี้ก็คงพูดได่ว่า ต่อมความสุขในร่ายกายของคนเราอาจจะทำงานได้เพียงแค่ 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นรึเปล่านะ
    เพราะทุกๆ วันชีวิตก็ฝากไว้ที่การทำงานได้เงินเดือนเพื่อเอาไปดำรงชีวิต แล้วจะเอาเวลาตรงไหนไปเผื่อสำหรับความสุขล่ะ
     
     
                 แต่ที่ว่ามาทั้งหมดไม่ใช่ฉันเห็นว่าเรื่องของความสุขเป็นเรื่องไร้สาระนะ
    แต่ถ้าจะให้พูดกันจริงๆ มันทำยาก......ที่จะให้มีความสุขในสังคมแบบนี้
    แต่มีวิธีหนึ่งค่ะ ที่ทำให้คุณมีความสุขในสังคมร้อนระอุแบบนี้ได้
     
     
                 ตัวแปรแรกที่สำคัญกับการมีชีวิตของต่อมความสุขในร่างกายเรานั้น คือ
                       
    ...... “ใจ” ไม่ใช่หัวใจ แต่เป็น “จิตใจ” ค่ะ ......
    หากเรารักษาระดับจิตใจของเราให้อยู่ในปริมาณที่พอดี
    ไม่เครียด ไม่วุ่นวาย ไม่หมกมุ่นกับอะไรซักอย่างหนึ่งไปจนเกินพอดี ทุกอย่างที่ออกมาก็ดีแน่นอน
    สำหรับส่วนอื่นๆ นั้น เชื่อว่าแต่ละคนมีทางพัฒนาต่อมความสุขให้ตัวเองได้แน่นอน
     
     
                 แต่ก็อย่าลืมว่าความสุขต้องมีจากสิ่งที่เราทำนะคะ
    อย่าไปมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นล่ะ.... เพราะนั่นอาจจะคืนทุกข์มาให้เราก็ได้
     
     
     
    ส่วนตัวฉันแล้ว....การหาพื้นที่ส่วนตัว ไม่มีเรื่อง ไม่มีอะไรมากกวนใจเท่านี้ก็โอเคแล้ว
    สำหรับการเติมพลังชีวิตและการกระตุ้นให้ต่อมความสุขได้ทำงาน
    และอยู่คู่กับชีวิตเราไปอีกนานๆ
    อย่างว่าแหละค่ะ....ในเมื่อชีวิตรีบเร่ง คนรีบเร่ง
    แต่ทำไมเราจะต้องไปรีบเร่งตามชาวบ้านชาวช่องเขาด้วยละคะ ในเมื่อเรารู้ตัวอยู่แล้วว่าเราทำอะไรอยู่
    พยายามใช้สติ ควบคุมชีวิตตนเองให้เดินไปในทางที่เป็นของเราจะดีกว่า
    แต่ก็อย่าเรื่อยเปื่อยจนตามใครเขาไม่ทันล่ะ!!!!