Nichnasa's profileMumuu StoryPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 29 2 weeksแป๊บๆก็ผ่านไปแล้วเกือบ 2 อาทิตย์แล้วนะที่เข้ามาทำงานที่นี่
ตอนนี้เริ่มมีงานที่เป็นหน้าที่ของเราจริงๆจังๆ แล้วล่ะ
งานก็เริ่มยุ่งขึ้น คือความจริงแล้วเป็นเพราะมันเป็นอะไรใหม่ๆด้วยแหละ
ทุกอย่างใหม่หมด ก็เลยเหมือนกับว่ายังไม่ลงตัวมั๊ง แต่ก็ต้องพยายามอ่ะเนอะ
ต่อๆไปคงจะดีกว่านี้อ่ะ และเวลาทำงานคงจะคล่องกว่านี้ ตอนนี้บางทีก็ยังติด
อะไรแบบเดิมๆอยู่ แต่ก็พยายามปรับตัวให้ดีขึ้น ค่อยๆซึมซับไปเรื่อยๆ ......
ทุกๆอย่างต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปใช่มั๊ยล่ะ...
อาทิตย์ที่ผ่านมาไปทำงานที่เชียงใหม่มา รู้สึกแปลกๆ คือตอนนี้ทุกอย่างมันก็แปลกๆสำหรับข้าพเจ้าหมดเลยอ่ะ
ตอนเช้าทำงาน ตอนกลางคืนไปเที่ยว เออ...ชีวิตก็มีความสุขดี แต่ก็ไม่รูว่ะ บางทีตอนนี้มันก็เหมือนกับไม่แน่นอนอ่ะ
เมื่อ 2 วันก่อน ไปสัมภาษณ์ "พี่โหน่ง วงศ์ทนง" มาได้แนวความคิดดีๆหลายๆอย่างเหมือนกัน
พี่บอกว่า“ผมเชื่อว่าคนๆ หนึ่งสามารถทำได้หลายอย่างแต่จะมีอย่างหนึ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด" ก็ถูกของพี่เค้านะ
ก็เลยกลับมาอดคิดไม่ได้ว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดหว่า???
งานหนังสือหรอ??? หรือว่างานช่างภาพ??? หรืองานอีเว๊นท์??? หรือร้านอาหาร???
มันคืออาชีพที่อยากจะทำหรือแค่ว่าทำเพราะมันคุ้นเคย...ไม่รุ้จริงๆ
ตอนนี้รุ้แค่ว่ายังพอใจอยู่กับงานนี้ และก็ยังไม่คิดจะหยุดทำงานนี้แต่ก็นั่นแหละนะ
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโอกาส ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกๆคนที่ให้โอกาส
ที่สอนงานให้ ที่ให้โอกาสได้มายืนอยู๋ที่ตรงนี้ และก็พี่ๆที่คอยช่วยเหลือ คอยให้กำลังใจอยู๋ตลอดเวลา
ตอนนี้คิดถึงแกว่ะ บนจ. และเด็กๆสโมทุกๆคน ไม่รุ้เป็นยังไงกันไปแล้วมั่ง ฝึกงานสนุกมั๊ย???
ตั้งใจทำงานนะ พี่เชื่อว่าพวกแกต้องได้ดีแน่นอน...^0^
March 20 บรรยากาศการทำงานใน 2 วันแรก
ตอนนี้เข้าสุ่โหมดการใช้ชีวิตจริงเต็มตัวแล้วนะ ทุกๆเช้า(ความจริงแล้วจากตอนนี้มันก็แค่ 2 เช้าอ่ะนะ) ต้องตื่นไปทำงานฝ่าฟันรถติด(ตอนนี้ก็อยู๋ในช่วงปิดเทอมอีกเหมือนกันอ่ะแหละ) แต่ก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบใหม่ๆที่จะต้องทำให้ได้และก็ต้องฝ่ามันไปให้ได้ เมื่อวานเป็นการทำงานวันแรก ก็ออกจะเหนื่อยๆหน่อยไม่รุ้เป็นเพราะยังปรับตัวไม่ได้รึป่าวก็ไม่รุ้ แต่พอมาวันนี้ก็เริ่มรุ้สึกมีแรงฮึดมากมาย....
วันนี้พี่ป้อม(เจ้านายและพี่ชายที่เคารพรัก ^.^) เรียกไปคุยเรื่องของระบบงานให้ฟัง ตอนแรกเคยคิดว่าเวบนี้ก็เป็นเหมือนเว็บอื่นๆโดยทั่วไป แต่พอฟังแล้วเริ่มรู้สึกถึงอะไรที่แตกต่าง เหมือนกับอะไรที่ถ้าใช้โดยไม่คิดไม่ว่ามันจะมีประโยชน์มากมายยังไงมันก็เป็นแค่ของธรรมดาชิ้นนึงเท่านั้น
อย่างเวบที่เราไปทำงานนี้ เดิมที(เริ่มแรกเลย) เราก็คิดว่าก็เป็นเวบที่เพิ่มลุกเล่นให้กับเด็กๆได้เข้าไปเล่นสนุกๆคุยกับเพื่อน อัพโหลดรุปภาพอะไรไปตามเรื่องตามราว แต่พอมาฟังจากพี่แล้ว มู่รุ้สึกได้ว่าเวบนี้ถ้าเราจะทำให้มันมีประโยชน์จริงๆมันก็ทำได้ เพราะลูกเล่นต่างๆที่มู่เคยคิดว่าเอาไว้ให้เด็กๆเล่นไปตามเรื่องตามราวนี่แหละ มันสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้จริงๆเลยทีเดียว ซึ่งอย่างนี้ก็เหมือนกับการเปิดโลกทัศน์ใหม่เลยทีเดียวนะ
แต่ยังไงเรื่องแบบนี้ก็คงจะต้องใช้เวลา มันคงจะไม่สามารถมาทำให้มันเปลี่ยนแปลงได้ในครั้งเดียวหรอก แต่มุ่ก็จะพยายามทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด... เพื่อว่าอย่างน้อยในอนาคตวันนึ่งถ้าสิ่งที่พี่คิดเป็นจริงขึ้นมา มุ่ก็จะภูมิใจได้บ้างว่างานนนี้มุ่ก็มีส่วนทำให้มันเกิดขึ้นเหมือนกันนะ
March 15 ทำงาน...งานทำ ไปลองงานมาแล้วคับ....น่าสนุกดีนะ TRUE LIFE
เดี๋ยววันจันทร์นี้จะเริ่มงานแล้ว ยังไม่ได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหนเลยนะ
แล้วก็ยังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องงานเท่าไหร่ด้วย สรุปก็คือยังไม่รู้อ่ะไรซักอย่างเลย
แต่เอาน่าไหนๆก็ไหนๆแล้วลองดูกันซักตั้งดีมั๊ยล่ะ ในเมื่อคนเรามันไม่ได้เกิดมาพร้อมกับโชคซะทุกคน
ไหนๆโอกาสมันวิ่งมาหาเราแล้ว ก็ลองทำๆดูว่าเราเข้ากับมันได้มากน้อยแค่ไหนดีกว่า
ถ้ายอมรับมันได้..ก็เท่ากับว่าทุกอย่างก็ดีมีความสุข
แต่ถ้าไม่ได้ก็คงต้องหาอะไรใหม่ๆเปลี่ยนบรรยากาศทำนองนี้ล่ะมั๊ง (สัตว์โลกย่อมเปนไปตามกรรม 555)
ที่ทำงานอยู่ที่ ตึกอื้อจื่อเหลียง พระราม4 ตรงข้ามสวนลุมเลย หวังว่าคงได้ทำงานที่นี่ไปนานๆนะสาธุๆ
อีกอย่างขอเจริญด้วยได้ป่าว่อะ ไม่อยากย่ำต๊อกอยู่กับที่ค่ะ (เดี๋ยวต๊อกเจ็บ...--!)
ตอนนี้อะไรเหมือนกับจะดูเข้าที่เข้าทางแล้ว เรียนจบ ได้งานทำ มีเงินเดือน
แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว อะไรหลายๆอย่างที่ไม่ได้เข้าทางอย่างที่คิดไปซะหมดหรอกนะ
ทั้งเรื่องการงาน ความจริงแล้วก็ดีในระดับหนึ่งแต่อาจจะเป็นเพราะโชคที่ดีไม่ถึงที่สุดมั๊ง(ความมั่นคงยังไม่ค่อยพอเท่าไหร่)
เรื่องการเงิน ถึงจะพูดกันปาวๆว่ามีงานทำ มีเงินเดือนแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆยังงัยๆเดือนนี้ก็ไม่พ้นต้องขอพ่อขอแม่กินอยู๋ดีแหละ
เรื่องความรัก อันนี้สำคัญเหมือนๆกันนะ "เรากะลังดูนายอยู๋นะ" นี่คำพูดที่หลุดจากปากของเราไป แต่ในชีวิตจริง
ไม่มีทีวีวงจรปิดให้เราสามารถดูนายได้ 24 ชม. นี่นา คงเป็นความไว้วางใจมากกว่าว่านายจะแสดงให้เราเห็นได้แค่ไหน
ส่วนตัวเราเอง ก็ต้องกลับไปไขปมปริศนาที่ชื่อว่า "ความรู้สึก"แถมยังผูกกันอีรุงตุงนังให้ได้ซะก่อน ถึงจะบอกอะไรได้
เรื่องเวลา อยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ทั้งเพื่อนๆที่คณะ เพื่อนที่สโม เพื่อนๆที่อื่นๆด้วย แต่ด้วยภาระหน้าที่ (ที่เพิ่งจะมีเข้ามาเนี่ยแหละ)
ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรอย่างใจอยากได้ (เหมือนที่พี่กิ๊กเคยพูดไว้เลย) แต่เอาน่า...เมื่ออยากจะเป็นผู้ใหญ่.......
ก็ต้องทำตัวให้ได้แบบผู้ใหญ่ พูดอย่างเดียวไม่มีประโยชน์หรอกใช่มะ แต่ถ้ามีโอกาสเรากลับไปเป็นเด็กกันอีกครั้งนะ...^o^
เรื่องครอบครัว เรื่องนี้ดูจะดีที่สุดตรงที่ "มันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น" มาตั้งนานแล้ว และก็คงจะเป็นอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ
ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะว่าครอบครัวคือที่ๆเรามีความรู้สึกว่า ไม่ว่าเราจะเดินห่างบ้านไปไกลแค่ไหน แต่เมื่อเรากลับมาถึง
"บ้าน" จะมีน้ำเย็นไว้ต้อนรับเราเสมอ....น่าชื่นใจเนอะ
เรื่องเพื่อน อีกเรื่องที่สำคัญมากๆในชีวิตเรา ถ้าให้เปรียบเทียบล่ะก็ เราคงเป็น"โถส้วม"มั๊ง ส่วนเพื่อนๆก็คงเป็น"ตูด"
รอขี้จากเพื่อนๆตุดทั้งหลายที่จะมาแบ่งปันให้โถส้วมได้รับรู้ บางทีอาจจะฟังปะแล่มๆเกินไปหน่อยนะ 555
March 10 ทายซิว่าเค้าคือใคร4ปีในการใช้ชีวิตแบบเด็กมหาวิทยาลัยกำลังผ่านไปแล้วสินะ
4ปีในรั้วมหาวิทยาลัย "ศิลปากร" แห่งนี้ ให้อะไรกับเรามากมาย
ทั้งเป็นสถานที่แห่งหารสะสมและตักตวงวิชาการต่างๆ............
ทั้งเป็นที่ๆสอนการทำงานในแบบที่หาไม่ได้จากการเรียนหนังสือในห้องเรียน
แล้วยังมีความสนุกสนานแบบใหม่ๆที่ไม่เคยเจอในระบบโรงเรียนอีกด้วย
สอนให้รุ้จักความรัก(คนตัวดำ ปากห้อย) สอนให้รู้จักผิดหวัง(เค้าดันรู้ตัวก่อนอ่ะ)
สอนการทำงาน(สโม)และให้มีโอกาสได้รู้จักคนกลุ่มหนึ่งที่เราจะผูกพันธ์กับใครเท่านี้ได้ยากมากๆ
และสิ่งที่สำคัญที่สุด สอนให้รู้จักคำว่ามิตรภาพ......
อยากแนะนำเพื่อนๆของเราให้รุ้จักกันไปทีละคน แต่ละคนก็มีความน่าสนใจในตัวของคนๆนั้นต่างๆกันไป
เพื่อนๆก็ลองอ่านๆกันไปเป็นนิทานเรื่องหนึ่งแล้วกัน
วันนี้อยากแนะนำเพื่อนที่สนิทที่สุดก่อนแล้วกัน คือ "s..." (ตัวย่อ)
เราเจอกับs...เมื่อตอนปี 1 เทอม 1 ครั้งแรกที่เรารุ้จักกัน นายนั่งอยู่ที่โซฟาใต้หอเพื่อจะออกไปส่งงานดีไซน์
(ตอนนั้นเราไปนอนหอนั้นบ่อยมาก มากๆพอจะนินทานายกับเพื่อนๆเราได้เลยล่ะ 555 ตอนนั้นเพื่อนเราชอบนายมาก)
เราได้คุยกันครั้งแรกก็เพราะแฟนเพื่อนคนนึงอยู่ดีๆก็ไปคุยกับนายขึ้นมา แต่เราสนใจกล้องของนายมากกว่าว่ะ.......
เราถามนายเรื่องกล้องเพราะเราก็เล่นกล้องเหมือนกัน เรารักการถ่ายภาพ นายก็คงเหมือนกันสินะ...
ต่อมา เราเจอนายที่ art aveneu เรากะเพื่อนๆในกลุ่มทักทายนายเสียงดัง นายเดินหนีพวกเราไปเลย
เรามารู้ตอนหลังว่านายอาย เพราะนายไม่รู้จะทำตัวยังไง นายเขินเพื่อนเราที่เป็นผู้หญิงทั้งกลุ่ม
หลังจากนั้นเราก็สนิทกับนายมากขึ้น นายมักจะเล่าเรื่องต่างๆที่เล่าให้เพื่อนๆนายฟังไม่ได้ให้เราฟัง
เราก็สนิทกัน...เป็นเพื่อนกัน เรารุ้สึกดีที่มีเพื่อนอย่างนาย
ปี 1 เทอม 2 เราตัดผมสั้นมาก เรายังจำหน้านายวันที่ตกใจได้อยู่เลย นายคงตกใจจริงๆสินะ เพราะนายดูเหว๋อมาก
เราเจอกับนายอีกครั้งวันลอยกระทง ที่นั่นนายทำให้เราได้รุ้จักเพื่อนๆอีกหลายๆคน
และหลายๆคนตอนนี้ก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเราเหมือนกัน
ปี 2 เราไปขลุกอยุ่หอนายกะเพื่อนๆอีกมากมายรวมถึงน้องๆที่เราเพิ่งจะสนิทกันปีนั้นเหมือนกัน
ตอนที่เราอยูที่นั่นเรารู้สึกเหมือนอยู่บ้านมาก มันทำให้เรารุ้สึกว่ามีเพื่อนที่คอยดูแลเราได้นะ
วันที่เราเมา นายพาเรากลับมาหอ แล้วเรียกเพื่อนเรามารับ ขอบใจนะ...ที่ดูและเรา
เราจำวันที่นายทะเลาะกับแฟนได้...เราอยู่กทม. ตอนแรกเราจะไม่กลับทับแก้ว
แต่พอนายโทรมา เราก็รีบกลับไปทับแก้วโดยไม่คิดเลย เราเป็นห่วงนายว่ะ....
กลับไปนายมือแตก เราไม่ชอบเลยที่นายเปนแบบนี้
แต่เราเป็นเพื่อนกัน เราก็จะคอยอยุ่ข้างๆนายทุกครั้งที่นายไม่สบายใจนะ
ตอนนี้เรารักนายเท่าที่เพื่อนสนิทคนนึงจะให้เพื่อนได้
ปี 3 นายย้ายไปอยุ่กทม.แล้ว เราต่างคนต่างไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่นัก
เราต้องไปทำงานสโมสรนักศึกษาเต็มตัว แถมช่วงนั้นเราก็ยังมีความรักด้วย
เราห่างนายไปจิงๆ แต่ไม่ใช่เราไม่เป็นห่วงนายนะ เรายังเป็นห่วงนายเหมือนเดิม
เรายังหาเวลาไปเจอนายบ้าง ไปถ่ายรูปกันบ้าง แต่มันคงน้อยเกินไปเนอะ
แต่เราก็ยังรักและยังคอยเป็นเพื่อนให้นายได้ปรับทุกข์ได้เสมอนะ
ปี 4 แล้ว มีนี้งานก็เยอะขึ้น อะไรๆก็หนักขึ้นไปตามๆกัน เราไม่ค่อยได้เจอนายหรอกนะ
แต่บางทีเราก็ได้คุยกันบ้าง ได้เจอกันบ้าง เดี๋ยวนี้นายดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย
นายดูอารมณ์ดีมากขึ้น ไม่ค่อยฉุนเฉียว แต่นายก็ยังเป็นนายคนเดิมอยู่ดี..............
ตอนนี้เรามั่นใจมาก เรารักนายว่ะ...ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความรักที่มีไว้ให้เพื่อนก็ตาม
เราเป็นห่วงนายว่ะ
March 03 อยากจะตะโกนเป็นภาษาแม๊กซิโกว่า......จบแล้ว จบแล้ว....จบแล้ว....จบแล้ว....จบแล้ว....
ไม่รุ้จะพูดไงดีว่ะ ดีใจอ่ะในที่สุดก็จบหลักสูตรแล้ว "โล่งใจ"มากๆ
เหนื่อยมากๆเลยทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา นอนน้อย ทำงานหนัก กินไม่ตรงเวลา
เครียดมาก ท้อแท้ เหงาใจ แฟนไม่มี ทุกอย่างรวมกันอยู่ในนั้นหมดเลย 555
แต่พอถึงวันศุกร์ที่ 2 เวลาประมาณ 11.00น. เมื่อได้พรีเซนต์โปรเจคแสนหฤโหด
ตอนนั้นนี่เหมือนยกภูเขาก้อนใหญ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ออกจากอกเลยอ่ะ มันรู้สึกว่าไอ้ความง่วงนอนที่มะคืนนอนตี 4 มันหายวับไปเลย
เรี่ยวแรงมันมาจากไหนไม่รุ้ว่ะ รู้แต่ว่า เฮ้ย "กูจบแล้วนะ....กูทำเสร็จแล้ว...555555"
โล่งใจกับงานที่ต้องทำให้เสร็จ โล่งใจที่ในที่สุดก็ผ่านมาได้ โล่งใจที่เรียนจบ 4 ปี 555
ทุกอย่างดูสดใสสวยงาม มองอะไรๆก็สบายใจไปหม๊ดเลยยยย.........
ทุกคน สู้ ต่อไป ไอ้มดแดง
เธอคือใคร
ช่วงชีวิตที่เคยรักใคร ไม่เคยล้อเล่นกับหัวใจ
แต่ว่าทุกคน เข้ามาคบกัน ไม่นานเขาก็ไป แต่ละครั้งก็คอยทุ่มเท แต่สุดท้ายก็ยังเสียใจ เจ็บจนคุ้นเคย แต่ไม่ชอบเลย ที่ต้องไม่เหลือใคร ดั่งฟ้า จะแค่เพียงต้องการแกล้งกัน ให้ฉัน ต้องพบเจอแต่ความเจ็บช้ำใจ จนไม่รู้ว่า รักแท้หน้าตาเป็นเช่นไร ก็ยังไม่พบเจอใคร ที่รักกันจริงสักที จะมีไหมสักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้ จะมีไหมสักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆ สักที อยากจะพบสักคนที่เข้าใจ ไม่ต้องพร้อมต้องดีมากมาย อาจจะเถียงกัน อาจทะเลาะกัน เขายังไม่ไปไหน อยากจะพบสักใจที่เข้ากัน อยู่กับฉันรักกันเรื่อยไป อย่าแค่แวะมา ฝากแค่น้ำตา ให้ค้างคาในหัวใจ ดั่งฟ้า จะแค่เพียงต้องการแกล้งกัน ให้ฉัน ต้องพบเจอแต่ความเจ็บช้ำใจ จนไม่รู้ว่า รักแท้หน้าตาเป็นเช่นไร ก็ยังไม่พบเจอใคร ที่รักกันจริงสักที จะมีไหมสักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้ จะมีไหมสักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆ สักที ไม่รู้จะเจอเมื่อไหร่ ก็เฝ้าแต่ถาม ก็ได้แต่ถามจากฟ้า จะมีไหมสักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้ จะมีไหมสักใจ จะได้เจอเธอ อยากรู้เธอคือใคร ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆ สักที มีผู้ชายคนนึงที่คิดจะจิงจังด้วย จิงจังจิงๆนะแต่ไม่รู้สิ ทำไมเค้าถึงไม่ดูแลเราให้ดีกว่านี้หน่อยนะ แค่สนใจใส่ใจเรามากกว่านี้หน่อย เราจะไม่ไปสนใจคนอื่นเลยด้วยซ้ำ
แต่เค้าก็ไม่ทำ ถ้าเค้าใส่ใจเรามากกว่านี้อีกนิด เราคงหยุด และฝากใจไว้ที่เค้าไปแล้ว แต่เค้าทำให้เรารุ้สึกว่าไว้ใจไม่ได้ ฝากใจไว้ที่เค้าไม่ได้ แล้วให้เราทำไงล่ะ รักไปแล้ว
แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ แล้วให้ทำไงล่ะ...ตอนนี้เริ่มเหนื่อยแล้ว อยากจะหยุดพัก สงสัยจะต้องเสียใจอีกรอบแล้วสินะ ไม่เป็นไร...ทนได้ ดีกว่าปล่อยให้
ตัวเองถลำลึกลงไปอีกรอบแล้ว ก็เจ็บซ้ำๆแบบเดิมๆ ถ้าเมื่อไหร่ที่ทำใจได้ก็คงดีสินะ เราคงยังเป็นเพื่อนกันได้ใช่มะ อยากจะทำอะไรให้มันจบๆไปเสียที แต่มันก็ยังทำไม่ได้
ไอ้มู่เอ๊ย....ทำไมต้องไปหาเรื่องเอาหัวใจตัวเองไปผูกกับใครด้วยน๊า เอ็งนี่มันน่า......จิงๆวุ๊ย
นายคนนั้นอ่ะ นายก็รู้ตัวไว้ด้วยนะว่าทำให้เราเป็นแบบนี้อีกแล้ว อย่าใจร้ายกับเราได้มั๊ย เราเหนื่อยใจแล้วนะ....รักเกมส์สนใจเกมส์ก็ไปเป็นแฟนกับเกมส์ซะเลยและกัน
|
|
|