Nichnasa's profileMumuu StoryPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 28

    โลกนี้มีแต่นางร้ายกับนางร้าย(กว่า)

     


                             หากใครเคยดูละคร(ช่อง7) คงจะนึกถึงเอกลักษณ์ที่เป็นจุดขายสุดๆ ของ "นางเอก" ที่เป็น นางเอ๊ก...นางเอก เรียบร้อย ดุจดังผ้าพับไว้ จิตใจสวยงามราวกับนางฟ้า เอ๊ะ....นี่ฉันกล่างเกินจริงไปรึป่าวนะ

                              ถ้าใครมาได้ยินเสียงฉันพูดในตอนนี้อาจจะรู้สึกว่าฉันหมั่นไส้เล็กๆ กับคาแรคเตอร์นี้ซึ่งก็อาจจะจริงแบบนั้นก็ได้ แต่มันเป็นเพราะว่าฉันคิดว่า นางเอก ไม่มีในชีวิตจริง ส่วนอีกบทหนึ่งที่หลายๆ คนดูแล้ว ถ้าบ้านใครมีคุณแม่ขายทุเรียนก็คงอยากจะได้เจ้าเปลือกหมอนทองมาปาหน้ามันซักที ก็คงเป็นบท "นางร้าย" นี่แหละ และฉันคิดว่าคนนี้สิ ตัวจริง!!!

                              อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนก็คงสงสัยว่าเป็นอย่างงั๊นจะดีหรอ โลกนี้มีแต่นางร้าย ไม่มีนางเอก!!! แล้วมันจะสงบสุขกันได้มั๊ยเนี่ย ก็โลกถึงได้เป็นแบบนี้ไง ไม่ได้สงบสุขทุกวัน เพราะเราทุกคนก็คือนางร้าย !!!
     
                             ความจริงแล้ว บทนางร้ายในละครก็เหมือนชีวิตจริงของคนเรามากกว่านางเอกในนิยาย เพราะอะไรนะหรอ ก็คนเรามีอารมณ์ไง(ฉันหมายถึงอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลงน่ะนะ) ซึ่งเชื่อแน่ๆ ว่าหลายๆ คนมีมากซะด้วย
     
                              นางร้ายในละครถึงแม้จะแสดงว่าตัวเองเป็นคนร้ายกาจ ชอบแย่งแฟนชาวบ้าน หรือว่าอยากได้อะไรก็ต้องได้ วิธีที่ใช้ไม่เกี่ยง ไม่ว่าจะต้องแอ๊บท้อง หรือ ทำร้ายคู่แข่งเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการมาครอบครอง ลองมองย้อนกลับไป คนเรามีนิสัยนั้นบ้างรึเปล่า ถ้าใครยังเถียงว่าไม่มี ลองเปิดตามหน้าหนังสือพิมพ์สิ แล้วคุนจะเห็นอย่างที่ฉันเห็น มันมีปรากฎให้ว่อนอยู่ทุกวัน และก็แผ่หลาตามหน้าหนังสือพิมพ์ "เขาแย่งผัวฉัน ฉันเลยฆ่าเขา" อะไรทำนองนี้
     
                              แต่ใครว่าเป็นนางร้ายแล้วเลวเสมอไป อย่างน้อย นางร้ายก็รักพระเอกมาก.... มากเสียจนไม่ยอมจะเสียเขาไป นางร้ายไม่เคยงอนพระเอกไร้สาระแบบนางเอก ไม่กลัวที่จะบอกความรู้สึก แล้วก็ไม่กลัวว่าใครจะคิดยังไงที่ฉันรักเค้า นางเอกเสียอีกที่บางครั้งก็ทำตัวงี่เง่าจนน่ารำคาญใจ งอนจนรู้สึกว่าเออ..งอนแบบนี้เลิกไปเถอะนะ
     
                              กลับมาที่เรื่องใกล้ๆ ตัวกันบ้าง ที่ฉันบอกว่าเราทุกคนเป็นนางร้าย ความจริงแล้ว ก็อย่างที่บอก นางร้ายไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆ และนางเอกก็ไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆ แต่คนเรามักจะมีสองด้านเสมอ ฉันเลยอยากยกให้ทุกคนเป็นนางร้าย เพราะในชีวิตจริงนางเอกที่ยอมให้เค้าจิกหักด่า หรือ ตบตีโดยไม่ตอบโต้มันคงไม่มีอีกต่อไป เหลือแต่นางร้ายแบบร้ายที่เรียกว่า ร้าย กับ ร้ายกว่าเท่านั้นเอง
     
                              ฉันเป็นคนนึงที่เป็นคนเรียบร้อย(นิดๆ ) ไม่ได้แก่นเซี๊ยวอะไร(มากนัก) แต่ก็ไม่ได้ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้ง่ายๆ แน่นอน ซึ่งถ้ามีใครมาทำอะไรฉันก็จะสู้ยิบตาเลยทีเดียว ก็อย่างที่บอก ฉันเป็นนางร้าย แต่ฉันก็ไม่ได้ร้ายอยู่คนเดียว เพราะบางที่ ที่ฉันได้สัมผัสมา ฉันกลับเจอสิ่งที่น่ากลัว ที่เรียกว่า "นางร้ายกว่า"ซะแล้ว
     
                              ในโลกแห่งการทำงาน คนเราใส่หน้ากากเข้าหากันตลอดเวลา นางร้ายที่ฉันเจอ เหมือนในละครเป๊ะ... แล้วเค้าก็มีความคิด จิตใจ สกปรกแบบในละครด้วยแต่ฉันก็ไม่เหมารวมว่าเขาเลวไปทั้งหมดนะ เพราะส่วนดีของเขาก็คือการทำให้ฉันหัวเราะได้ในบางคราว นอกจากนั้น เค้าก็ยังทำมาหากินของเขาเหมือนๆ กับฉันเช่นกัน แต่ก็เอาเถอะ เค้าก็เป็นแค่นางร้าย(กว่า) คนนึงในละครชีวิตเท่านั้นเอง
     
                             หากใครที่อ่านจบแล้วคิดเหมือนฉัน ก็ลองมองย้อนไปดูคนที่ร้ายกว่าคุณ แล้วคุณจะเห็นเองว่าคุณก็เป็นทั้งนางร้ายและนางร้าย(กว่า)ในโลกนี้จริงๆ ส่วนตัวฉันเอง ก็อาจเป็นนางร้าย(กว่า)ในสายตาคนอื่นก็ได้...ใครจะไปรู้!!!
    November 05

    "รสชาดชีวิต"

     

    "รสชาดชีวิต"

                                      ฉันเคยแปลกใจอยู่หลายๆ ครั้ง ว่าทำไม คนสมัยนี้ถึงเขียนคำว่ารสชาดเป็นรสชาติเสมอ ทั้งๆ ที่ตอนเด็กๆ เราถูกสอนเสมอว่ารสชาดคือด. เด็ก แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับความหมายของคำว่ารสชาดหรอก มันก็คงเป็นสิ่งที่ทุกคนจะรุ้ไม่ได้จนกว่าจะได้ชิม!!!


                                     ช่วงนี้ ชั้นมีโอกาสได้คุยกับคนหลายๆ คน ซึ่งแต่ละคนก็มีเรื่องราวแปลกๆ มาพูด มาบ่นกันคนละแบบ เพื่อนคนหนึ่งของชั้นขึ้นหัวเอ็มเอสเอ็นได้สะดุดตาจนฉันต้องรีบพิมพ์ทักไปแทบไม่ทัน หัวเอ็มของเข้าเขียนชื่อและลงท้ายด้วยคำว่า "รสชาติชีวิต"


                                     ฉันรีบพิมพ์ตอบกลับไปว่า "อร่อยมั๊ยล่ะ?" แต่คำตอบกลับมามักจะไม่เป็นอย่างใจเราคิดเสมอไปหรอก เพราะเขาตอบกลับมาว่า "ขมๆ มีทรายด้วย ฟันแทบแตก" ฉันเลยถามไปว่า "แล้วไปกินอะไรเข้าล่ะ" คำตอบก็ดูเหมือนไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่ "ชีวิต บัดซบผัดเผ็ด" ฉันจบบทสนทนาถึงมื้ออาหารแสนเศร้ามื้อนี้ด้วยแค่คำว่า "เอาน่า...แค่อาหารมื้อเดียว"

                                     ความจริงแล้ว รสชาดชีวิตมันก็คงเหมือนกานชิมรสชาดอาหารนั่นแหละนะ มีร้านมากมายให้เราเลือกเดินเข้าไปกิน ไปชิม ร้านหรูๆ ก็แพงหน่อย ร้านธรรมดาก็ราคาย่อมเยาว์ลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับดวงและความชอบส่วนตัวเหมือนกัน บางคนเดินไปเจอร้านที่ราคาถูกแต่อร่อย แต่บางคนก็เดินไปเจอร้านราคาแพงแต่ไม่อร่อยก็มี ก็เหมือนชีวิตคนแหละนะ ที่บางทีคิดว่าไปในที่ดีๆ แล้วจะเจอสิ่งดีๆ แต่สุดท้ายแล้วอาจจะไปเจอสิ่งเลวร้ายสุดขีดของชีวิตก็ได้

     

                                       รสชาดชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นนการจำแนก รสชาดอาหารก็มีทั้ง เปรี้ยว หวาน ขม ชีวิตก็เหมือนกันก็มีรสชาดต่างๆ กันไป ทั้งทุกข์ ทั้งสุข แล้วที่เหมือนกันคืออะไรรู้มั๊ย ชีวิตก็มีเครื่องปรุงเหมือนกันกับอาหารนั่นแหละ!!! ทุกข์ไปก็ลองหาเครื่องปรุงที่ดับทุกข์มาใส่เหมือนกับอาหารที่เค็มไปก็เติมหวานเข้าไปหน่อย รสชาดก็ดีขึ้นใช่มั๊ยล่ะ??

                                       แต่สิ่งหนึ่งที่รสชาดของอาหารไม่มี คือ การเปลี่ยนแปลงยืดหยุ่น... รสชาดอาหาร ถ้าออกมาแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นเลย มีแค่ว่า เค็มมาก...เปรี้ยวมาก...หวานมาก...แก้ได้นิดๆ หน่อยๆ สุดท้ายก็มีแค่กินกับทิ้งไว้เท่านั้น แต่รสชาดชีวิตสิ!!! ยืดหยุ่น และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเลยทีเดียว ใครจะไปรู้ว่าวันนี้เราอาจจะเศร้าสุขขีด แต่อีกวันอาจจะเป็นวันที่เรามีความสุขสุดๆ ก็ได้ เห็นมะ....นอกจากยืดหยุ่นได้แล้วยังปรุงใหม่ได้อีกหลายๆ ครั้งด้วย

                                         ช่วงนี้เพื่อนๆ หลายๆ คนที่รู้จักก็มีรสชาดชีวิตแบบขมๆ กันหลายคู่ทีเดียว จนบางทีก็แอบกลัวเหมือนกันว่ารสชาดชีวิตที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียวเนี่ยมันจะน่ากลัวแค่ไหน.... เราไม่เคยได้มีชีวิตแบบนั้นมาก่อน ไม่ค่อยเข้าใจความเป็นชีวิตคู่เท่าไหร่

                                              แต่ถ้าเป็นไปได้... ก็อยากจะให้ชีวิตคู่ของฉัน เป็นรสชาดแบบ "ลูกอมมายมิ้นท์" (มั๊ง) ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกอมถูกๆ แต่กินแล้วสดชื่น เย็นสบาย ที่สำคัญปากหอมด้วย 555

                                           พูดเรื่องรสชาดความรักไปแล้ว ก็นึกถึงอีกบทสนทนากับเจ้านู๋จำมัย(คนเดิม) ที่มาปรึกษาเรื่องความรักกับฉัน(ซึ่งประสบการณ์ความรักติดลบเช่นกัน) "พี่ ผมมีเรื่องมาปรึกษา....คนที่ผมจีบตอนนี้เค้าเห็นความรักเป็นเรื่องสนุก ความจริงแล้วมันต้องเป็นการแชร์กัน ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันไม่ใช่หรอ???"

                                             อืม... หลังจากใช้เวลาไตร่ตรองซักครู่แล้ว ฉันก็ตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดีว่า "ลองคิดใหม่มั๊ย....ก็ความรักก็ต้องมีความสนุกสิ" ง่ายๆ สั้นๆ แต่ทำเอาน้องงไปพักนึงจึงรุ้สึกดีขึ้น

                                             คนเราสมัยนี้รู้สึกว่าจะลืมความสนุกไปจนทำอะไรๆ ก็เครียดไปรึเปล่า.... ความรักก็เหมือนกัน ถ้ารักแล้วไม่มีความสุขจะรักไปทำไม แล้วถ้ารักแล้วไม่สนุกชีวิตขาดสีสัน ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน....


                                             ดังนั้นความสนุกที่ว่านี้ก็คือ รสชาดชีวิตที่ว่านี่แหละความสุชก็เป็นรสชาดชีวิตที่อร่อยอยู่แล้ว แต่ความสนุกนี่สินะที่เป็นเหมือนเครื่องปรุงของชีวิตที่ทำให้มีสีสัน ให้มีความอร่อยมากขึ้น....

                                             แต่ว่าก็ต้องขอชี้แจงไว้ ณ ที่นี้ด้วยว่า "ความสนุก" ที่พูดถึงไม่ใช่ "ความรักสนุก" มันไม่เหมือนกันนะ หากว่าใช้ชีวิตแบบ "รักสนุก" นั่นเป็นความรุ้สึกที่ไม่บริสุทธิ์แล้วล่ะ ความสนุกที่ฉันกำลังพูดถึง ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว...อยากให้หลับตาแล้วนึกจินตนาการถึงตอนเด็ก ความสนุกเวลาเราเล่นของเล่น เวลาเราเล่นกับเพื่อนๆ วิ่งเล่นบนทุ่งหญ้ากว้างๆ ท้องฟ้าสวยๆ นั่นล่ะค่ะ!!! ความสนุกที่ฉันพูดถึง หรือใครจะมีความสนุกที่นึกถึงโดยที่ไม่มีอย่างที่ฉันพูดก็แล้วแต่บุคคล มันเป็นความสนุกแบบที่บริสุทธิ์และฉันก็คิดว่า "ความสนุก" แบบนี้คงจะเหมาะที่จะใช้กับความรักมากกว่า "ความรักสนุก"

                                             คราวนี้ลองมาย้อนดูตัวเราเองกันดีกว่ามั๊ย??....ว่าตอนนี้คุณมีความสุขกับรสชาดชีวิตของคุณรึยัง ถ้ามีแล้วอยากได้เครื่องปรุงชีวิตอย่างความสนุก เข้าไปเพิ่มสีสันในชีวิตคุณมั๊ย???