Nichnasa's profileMumuu StoryPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 27 รับปริญญาแป้ง
หลังจากเข้าทำงานกับบริษัทมาเกือบปี เวลาแห่งการพักผ่อนก็เข้ามาทักทายกับฉันในที่สุด.... ถ้าถามฉัน ฉันรู้สึกว่าการทำงานเกือบๆ ปี ที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ฉัน ไม่พยายาม... ไม่สนุก...และ ไม่อดทน.... ฉันทำทุกอย่างที่ฉันจะต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะยากแค่ไหน ฉันก็พยายามทำมันอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน
ฉันก็วิ่งลกๆ เข้ามาในท่าอากาศยานดอนเมืองพร้อมกับเป้สัมภาระใบใหญ่ ท่ามกลางผู้คนที่ส่งเสียงเซ็งแซ่ใบทั่ว... ฉันเริ่มกวาดสายตามองหาเพื่อนซี้สมัยมัธยม...
หลังจากหาที่นั่งพักได้ ฉันเริ่มกดโทรศัพท์หาเธออีกครั้ง แต่เสียงจากปลายสายบอกให้รู้ว่าเธอยังไม่ปรากฎตัวในเวลานี้แน่นอน ฉันเดินไป เชคอินขึ้นเครื่องเพื่อฆ่าเวลา สงสัย คนบนสนามบินจะมองว่าฉันมาผิดที่ผิดทางรึเปล่า(หรือว่าการแต่งกายของชั้นควรจะไปหมอชิต?) 15 นาทีผ่านไป ยัยมิ้มก็วิ่งลกๆ เข้ามาที่สนามบินท่าเดียวกับที่ฉันวิ่งเข้ามาไม่มีผิด
มิ้ม หญิงสาวร่างเล็กๆ ตากลมโต ดูแล้วออกจะแบ๊วๆ เรารู้จักกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 และช่วงที่ใช้ชีวิตร่วมกันนานที่สุดเห็นจะเป็นตอนมัธยมปลาย วันนี้มิ้มมาในสภาพหัวแดงผมยาวถึงกลางหลัง พร้อมกับเสื้อผ้าเหมือนสาวออฟฟิศไม่มีผิด หากมองย้อนกลับไปเมื่อก่อนที่เรายังใส่ชุดนักเรียนวิ่งเล่นกันบนตึก ฉันเริ่มตระหนักถึงวัยของพวกเราเสียแล้ว นอกจากความแบ๊วของมิ้ม เธอยังมีลักษณะพิเศษที่ฉันสู้ไม่ได้ เธอเป็นสาวช่างจ้อ แถมยังขี้บ่นอีกด้วย!!! แต่ช่างปะไร นั่นมันคือความน่ารักน่าเอ็นดูของเพื่อนของชั้นอยู่แล้ว
เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟ้า มิ้มก็ยังจ้ออยู่บนเครื่องเช่นเดียวกัน ตอนนี้ฉันฝันถึงสถานที่ต่างๆ ที่ยังไม่เคยได้เข้าไปสัมผัส พร้อมกับความหิวที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาทีละน้อย.....
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เครื่องบินลงสู่สนามบินเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถที่มีเพื่อนๆ คนอื่นที่มากันก่อนหน้าชั้น เรากำลังเดินทางกลับที่พักกัน พร้อมที่จะไปงานรับปริญญา แป้ง เพื่อนสมัยเรียนและจุดมุ่งหมายหลักในการเดินทางของชั้นครั้งนี้นั่นเอง
วันต่อมาผู้คนมากมายในตัวเมืองเชียงใหม่ กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่มช. หรือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั่นเอง ฉันเพิ่งเคยได้เข้าไปเห็นบรรยากาศจริงๆ ก็ครั้งนี้เอง ที่นี่บรรยากาศสวยงาม มีดอกไม้นานาพรรณแข่งกันอวดช่อสวยงาม เหมือนกับภาพเขียนไม่มีผิด และที่สำคัญมันใหญ่โตชนิดที่เรียกว่า เอาศิลปากรซักสามวิทยาเขตรวมกันก็ยังอยู่ได้แบบสบายๆ เลย แป้งแต่งชุดครุยสีดำ แถบสีฟ้า ส่วนชุดข้างในนั้นก็เหมือนๆ กันกันนักศึกษาอื่นๆ แปลกไปตรงที่กระโปรงกลายเป็นสีม่วง!!! พวกเราเดินถ่ายรูปกันท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของมช. ไปหนึ่งวันเต็มๆ เมื่อกลับมาถึงที่พักก็ทำเอาแต่ละคนหมดแรง ไปตามๆ กัน
เช้าวันใหม่ พวกเราเดินทางไปยังราชพฤกษ์ สถานที่ๆ เคยจัดงานพืชสวนโลก ซึ่งตอนนี้คงเหลือแค่บางสิ่งบางอย่าง ที่ยังพอจะเป็นร่องรอยความประทับใจให้พวกเราได้ดูกัน มันทำให้ฉันย้อนกลับมาคิดว่า ไม่ว่าเริ่องราวอะไร ล้วนมีความประทับใจซ่อนอยู่ทั้งนั้นใช่มั๊ย และเมื่อเวลาผ่านทุกอย่างก็จะกลายเป็นภาพๆ หนึ่งที่ติดตาตรึงใจของเรา อีกซักสิบปี หากฉันกลับมายืนอยู่ที่นี่อีกครั้ง มันอาจจะไม่ใช่ภาพนี้ แต่ฉันคงจะนึกถึงภาพๆ นี้ทุกครั้งที่ได้มาเหยียบมัน
หลังจากถ่ายรูปกันอิ่มหนำแล้ว จุดหมายต่อไปของเราเป็นบ่อสร้าง ที่นี่ฉันไม่ค่อยจะรู้สึกดื่มด่ำอะไรซักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะชั้นไม่ใช่คนรักหรืออนุรักษ์ของพื้นถิ่นนัก แต่ที่ฉันรู้สึกได้คือราคาที่แพงลิบลิ่วของมัน ฉันเข้าใจว่ามันเป็นของที่ทำด้วยมือ แต่ราคามันสูงเกินไป!!! เวลาเริ่มบ่ายขึ้นทุกวัน ฉันต้องรีบเดินทางเข้าเมืองเชียงใหม่เพื่อมาเจอเพื่อนต่างกลุ่มเสียเวลา มิ้มและน้องต้องเดินทางกลับวันนี้ตอน 1 ทุ่ม เราได้อาของแป้งขับรถมาส่งที่ตลาด วโรรส หลังจากเดินกันซักพัก ฉันก็แยกตัวออกมากับเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัย ที่ฉันว่า คราวนี้เรามาฟีลเดียวกันแล้วล่ะ..... January 14 ถ้าไม่มีอดีต ก็ไม่มีอนาคต
แต่สำหรับฉันแล้ว เรื่องของความรัก ก็คงไม่มีใครแทนใครได้ ฉันไปแทนเธอคนนั้นของเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องที่เป็นอดีต...ถามว่าเขาควรลืมเธอเสียจะดีกว่าไม๊....คำตอบของฉันก็คงจะเป็นให้เก็บเธอไว้นั่นแหละ...เพราะมันป็นความทรงจำที่ดีของเขา แล้วเรื่องอะไรที่ชั้นจะต้องไปเจ้ากี้เจ้าการให้เค้าทิ้งสิ่งที่มีค่าของเขาด้วย ถึงชั้นฉันไม่ใช่คนดีเด่หรือใจกว้างอะไรเทือกนั้นซะเท่าไหร่ เพียงแต่ถ้าลองคิดกลับกันดูแล้ว ถ้าเป็นฉันก็คงจะอยากเก็บความทรงจำดีๆ ไว้ในส่วนนึงของหัวใจชั้นเช่นกันก็เท่านั้น แล้วมันจะผิดอะไรตราบใดที่เขาและเธอไม่ได้เป็นอะไรเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนหรือคนรักเก่าล่ะ.... ก็อดีตน่ะ เป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้คนมีปัจจุบัน มีวันนี้ นี่นะ....การลืมอดีตก็เท่ากับว่าเค้าลืมความเป็นตัวเองไปอย่างนั้นน่ะหรอ ลองคิดถึงจิ๊กซอว์ที่เวลาต่อลงไปบนแผ่นกระดานแล้ว จิ๊กซอว์ชิ้นเจ้ากรรมดันขาดหายไปสักตัวนึง ภาพๆ นั้นจะสมบูรณ์ได้อย่างไรล่ะ...มองไปก็เห็นเป็นรูๆ อ่ะนะ แล้วอย่างงี๊ใครจะกล้าเอาไปแชวนเพดานล่ะ อย่างงี๊ชั้นจะต้องเลือกที่จะพูดข้ามช่วงเวลาที่เค้าคบกับเธอคนนั้นด้วยรึเปล่านะ?...ก็คงทำไม่ได้หรอกใช่มั๊ยล่ะ เพราะฉะนั้น ถ้ามาคิดๆ ดูให้ดีแล้วคนเราก็ไม่ควรจะลืมอดีตหรอกนะ เพราะอดีตมีทั้งความสวยงามและความเจ็บปวดปะปนกันอยู่ทุกคนนั่นแหละ ถ้าอดีตมันเป็นภาพที่สวยงาม ก็ขอแนะนำให้เอามาเก็บไว้ในลิ้นชักหัวใจซักชั้นนึง เพื่อนที่ว่าเวลาว่างๆ คุณก็จะได้หยิบออกมาดูให้ชุ่มชื่นหัวใจก็คงทำให้รู้สึกดีได้ไม่น้อย(แต่ขอเตือนว่าหยิบให้ถูกเวลานะคะ ไม่งั๊นคุณอาจโดนเขาหรือเธอโกรธชนิดที่กู่ไม่กลับเลยทีเดียว) ก็มันเหมือนยาชูกำลัง(ใจ)ขวดเล็กๆ ที่กินได้เป็นบางเวลานี่นะ....
อย่างที่บอกไปแล้วค่ะ อดีตก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เราแก้ไขไม่ได้อีก แต่เราสามารถเรียนรุ้กับมันแล้วใช้มันเป็นเครื่องมือพาเราก้าวข้ามปัจจุบันไปสุ่อนาคตได้ เพราะฉะนั้นแค่เรียนรู้ที่จะอยู๋กับมัน แล้วอย่าลืมอดีตของตัวคุณเองล่ะค่ะ!!!!~^^~ ลองมองย้อนกลับไปแล้วคุณจะรู้ว่าอดีตได้พาคุณมาไกลแค่ไหนแล้ว บางทีเส้นทางสายอนาคตของคุณอาจมีพรมแดงแบบเซเลบบริดี้ปูรอลาดยาวมาตั้งแต่อดีตก็ได้ ตั้งใจดูดีๆ สิ!!! |
|
|